หลอดเดิมหรือบรรจุฟอยล์ ต่างกันอย่างไรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน

“หลอดเดิมหรือบรรจุฟอยล์ ต่างกันอย่างไรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน”

ยาแนวเป็นตัวช่วยในการปิดรอยต่อของงานก่อสร้างอาคาร เพื่อป้องกันการรั่วซึมของของน้ำ ฝุ่นละออง และมลพิษต่างๆไม่ให้เข้าในอาคาร จึงเป็นสิ่งที่ถูกใช้ในงานก่อสร้างเป็นจำนวนมาก
ที่ผ่านมา การบรรจุยาแนวจะนิยมใช้เป็นหลอด (Cartrige) ซึ่งเป็นพลาสติกแข็งขึ้นรูป เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และง่ายต่อการบรรจุ แต่มีข้อจำกัดที่ปริมาณบรรจุที่น้อย ทำให้มีการคิดค้นยาแนวชนิดบรรจุฟอยล์ (Sausage) ซึ่งมีขนาดบรรจุดได้ทั้งแบบเล็ก 380 มล. และแบบใหญ่ 600 มล.
นอกจากปริมาณที่มากขึ้นแล้ว ยาแนวชนิดฟอยล์ ยังช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกในการผลิต จากเดิมที่ต้องใช้พลาสติกมากกว่า 50 กรัมต่อ 1 หลอด เหลือเพียงไม่ถึง 1 กรัม และใช้อลูมิเนียมฟอยล์แทน ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายกว่าพลาสติกถึง 4 เท่า
การใช้งานของยาแนวชนิดบรรจุฟอยล์ สามารถทำงานได้ง่ายเนื่องจากมีน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ที่เบากว่าแบบหลอด ฟอยล์ขนาด 380 สามารถใช้งานกับปืนยาแนว 2 in 1 ขนาดเล็กน้ำหนักเบา ตัวปืนสั้นใช้งานง่ายไม่เกะกะ และยังสามารถยิงเนื้อยาแนวได้มากกว่าแบบหลอดเป็นเท่าตัว เมื่อใช้ฟอยล์ขนาด 600 มล. ใช้คู่กับปืน 2 in 1 ขนาดยาวหมาะสำหรับงานต่อเนื่อง ลดเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนหลอดหรือฟอยล์
อีกหนึ่งข้อสำคัญคือ เมื่อใช้งานเสร็จเรียบร้อย ยาแนวชนิดฟอยล์จะถูกบีบอัดจนเหลือขนาดเล็ก ทำให้ลดปริมาณขยะในการก่อสร้างได้มากกว่าแบบหลอดที่ขนาดคงเดิม ช่วยให้การเก็บและขนย้ายขยะทำได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้นอีกด้วย

ยาแนวเป็นตัวช่วยในการปิดรอยต่อของงานก่อสร้างอาคาร เพื่อป้องกันการรั่วซึมของของน้ำ ฝุ่นละออง และมลพิษต่างๆไม่ให้เข้าในอาคาร จึงเป็นสิ่งที่ถูกใช้ในงานก่อสร้างเป็นจำนวนมาก

การที่มีกาวตะปูไว้ติดบ้านนั้นมีข้อดีมากมาย เพราะทำให้ไม่เสียเวลา เจาะผนัง เจาะกำแพง เพราะในปัจจุบันบ้านส่วนมากจะถูกก่อสร้างด้วยปูน

สกรูหลังคาเมทัลชีทในท้องตลาด แม้หน้าตาจะคล้ายเคียงกันแต่กลับมีหลากหลายราคา นั่นเป็นเพราะสกรูแต่ละตัวนั้นมีการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งาน

เราได้พัฒนา สกรูปลายสว่าน ที่เหมาะกับแปโครงสร้างหลังคาเหล็กแต่ละรูปแบบ เพื่อให้สามารถเจาะยึดโครงสร้างเหล็กได้อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการรั่วซึม ไม่ทำให้สกรูหลวม และเพื่อให้อยู่คู่หลังคาเหล็กได้ยาวนานตลอดอายุการใช้งาน

Go to Top