การเลือกใช้สกรูกับเหล็กที่มีความหนาแตกต่างกัน

Home/เรื่อง/Knowledge/การเลือกใช้สกรูกับเหล็กที่มีความหนาแตกต่างกัน

“การแบ่งมาตรฐานเมทัลชีทและการเลือกสกรูปลายสว่าน”

ไม่ใช่แค่การเลือกแผ่นเมทัลชีทที่ดีเพียงเท่านั้น องค์ประกอบอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญในการยึดแผ่นเมทัลชีทเข้ากับโครงสร้างอาคาร ที่จะต้องเจอกับการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกัน นั้นก็คือสกรูปลายสว่าน

สกรูปลายสว่านสำหรับยึดแผ่นเมทัลชีทเองก็มีมาตรฐานในการวัดคุณภาพและความทนทานของตัวสกรู สองสิ่งนี้หากชิ้นใดชิ้นหนึ่งเกิดสนิมขึ้นก่อน สนิมจะเริ่มลุกลามทำให้เสียหายทั้งตัวหลังคาและโครงสร้างได้ โดยวิธีการเลือกสกรูให้เหมาะสม ควรเปรียบเทียบจากอายุการรับประกันของสกรู และเมทัลชีทที่สอดคล้องกัน

ยกตัวอย่างเช่น หลังคาเหล็ก AZ150 ในท้องตลาด ที่มีการรับประกัน 20 ปี ก็จะเหมาะสมกับการใช้งานคู่กับสกรูปลายสว่าน FIX-3 ที่มีการรับประกันการไม่เกิดสนิมที่ 20 ปี เช่นเดียวกัน

โดยเราได้ทำตารางตัวอย่างการเปรียบเทียบการใช้งานของแผ่นเมทัลชีท ที่มีค่า Coating Class ที่ต่างกันออกไป กับสกรูปลายสว่านภายใต้แบรนด์ FIX-IT ตามตารางด้านล่างนี้ เพื่อความแข็งแรงทนทานควบคู่กันทั้งแผ่นเมทัลชีท และสกรูปลายสว่านในแต่ละรุ่น

สำหรับงานอุตสาหกรรมแล้วความสว่างถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำงาน เพราะการทำงานกับเครื่องจักรมีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายได้เสมอ โรงงานอุตสาหกรรมมักจะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้แผ่นโปร่งแสงเพื่อให้แสงสว่างสามารถเข้ามาในอาคารได้ เป็นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในการส่องสว่าง แต่ถ้าโรงงานนั้นเลือกใช้แผ่นโปร่งแสงกระจายแสงได้ไม่ดีล่ะ จะมีผลกระทบหรือผลเสียอะไรได้บ้างเรามาดูกัน

เพราะปัญหาหลักของหลังคาเหล็กคือการเกิดสนิมและปัญหาน้ำรั่ว นอกจากการทดสอบตามมาตรฐาน AS 3566 ซึ่งเป็นข้อกำหนดของสกรูปลายสว่านโดยพื้นฐานแล้ว การรับประกันยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้สามารถมั่นใจในคุณภาพสินค้าได้ยิ่งขึ้น

หลังคาบ้านของท่านจะแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักของแผ่นหลังคาได้ไม่แอ่นตัวจนเกิดน้ำรั่วซึมอย่างแน่นอนและอายุการใช้งานของแปสำเร็จรูป

สกรูหลังคาเมทัลชีทในท้องตลาด แม้หน้าตาจะคล้ายเคียงกันแต่กลับมีหลากหลายราคา นั่นเป็นเพราะสกรูแต่ละตัวนั้นมีการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งาน