AS3566 มาตรฐานสกรูปลายสว่านสำหรับงานคลังคาเหล็ก

“AS3566 มาตรฐานสกรูปลายสว่านสำหรับงานคลังคาเหล็ก”

สกรูปลายสว่านเป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้างที่สำคัญต่อการติดตั้งหลังคาเหล็ก เพราะเป็นวัสดุเพียงอย่างเดียวที่ใช้ยึดแผ่นหลังคากับโครงสร้างอาคาร เพราะการแก้ไขปัญหาโครงสร้าง หลังคาภายหลังนั้น เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายสูง และยังต้องหยุดการใช้งานอาคารในระหว่างปรับปรุงอีกด้วย

ดังนั้นเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่เกิดปัญหากวนใจภายหลัง การเลือกใช้สกรูที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

มาตรฐาน AS3566 เป็นมาตรฐานของ สกรูปลายสว่านสำหรับอาคาร และงานอุตสาหกรรม (Self-drilling screws for the building and construction industries) ซึ่งเป็นมาตรฐานในการวัดคุณภาพของสกรูปลายสว่าน มีข้อกำหนดทั้งในเรื่องการออกแบบของสกรูให้เหมาะสมกับการใช้งาน ทั้งลักษณะหัวเจาะ เกลียวของสกรู ขนาดความยาวของสกรู ลักษณะของหัวสกรู ฯลฯ

AS3566 นอกจากมีการกล่าวถึงการออกแบบสกรูแล้ว ยังได้มีการกล่าวถึงข้อกำหนดเรื่องการจัดระดับความทนทานต่อการกัดกร่อน เพื่อให้สามารถเลือกใช้สกรูปลายสว่านให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท

โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับดังนี้

Corrosion Resistance Class 1 สกรูสำหรับใช้งานภายในเท่านั้น

Corrosion Resistance Class 2 สกรูสำหรับใช้งานทั่วไป ในพื้นที่ที่มีความเปียกชื้น

Corrosion Resistance Class 3 สำหรับใช้งานภายนอก ใช้ในพื้นที่อุตสาหกรรมปานกลาง หรือพื้นที่ห่างจากชายฝั่งทะเล ตามข้อกำหนด ISO9223

Corrosion Resistance Class 4 สำหรับใช้งานภายนอก ในพื้นที่อุตสาหกรรมหนัก พื้นที่ที่มีความชื้นสูง พื้นที่ใกล้ทะเล (ระยะห่างจากชายหาด 100 – 300 เมตร)

สกรู FIX-3 ถูกพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โดยสกรู ทุกตัวจะถูกผลิตโดยใส่ใจในเรื่องความทนทานต่อการกัดกร่อน เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยผ่านมาตรฐาน Corrosion Resistance Class 3 ผ่านการทดสอบ AS3566 ทั้งการทดสอบจากเครื่องเร่งสภาวะ (ข้อกำหนด A. Accelerated test compliance) และ มาตรฐานสารเคลือบสกรู (ข้อกำหนด B. Metallic coating compliance) ทำให้เหมาะสมกับการใช้งาน ในอุตสาหกรรม ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ได้รับความไว้วางใจจากทั้งเจ้าของโครงการ สถาปนิก และผู้ก่อสร้างมากมายทั่วประเทศไทย รับประกันการกันสนิม 20 ปี เหมาะสำหรับใช้งานกับเมทัลชีทที่มีสารเคลือบ AZ70 – 150

สกรูหลังคาเมทัลชีทในท้องตลาด แม้หน้าตาจะคล้ายเคียงกันแต่กลับมีหลากหลายราคา นั่นเป็นเพราะสกรูแต่ละตัวนั้นมีการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งาน

แผ่นโปร่งแสงชนิดไฟเบอร์กลาสเป็นที่นิยมมากขึ้น ทั้งการใช้ในรูปแบบอุตสาหกรรม และการใช้ในบ้านเรือน แต่หลายคนอาจจะไม่ทราบวิธีการเลือกแผ่นโปร่งแสงชนิดนี้ ว่าจะต้องเลือกหรือดูจากจุดใดจึงจะได้แผ่นโปร่งแสงที่มีคุณภาพ

เพราะปัญหาหลักของหลังคาเหล็กคือการเกิดสนิมและปัญหาน้ำรั่ว นอกจากการทดสอบตามมาตรฐาน AS 3566 ซึ่งเป็นข้อกำหนดของสกรูปลายสว่านโดยพื้นฐานแล้ว การรับประกันยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้สามารถมั่นใจในคุณภาพสินค้าได้ยิ่งขึ้น

เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และง่ายยิ่งขึ้นในการขึ้นโครงสร้างหลังคา ทำให้ในปัจจุบันมีการพัฒนาแปสำเร็จรูป โดยการรีดแผ่นเหล็กและขึ้นรูปตามหลักโครงสร้างวิศวกรรม เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักและทนทานได้ไม่ต่างจากเหล็กรูปพรรณ

สำหรับงานอุตสาหกรรมแล้วความสว่างถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำงาน เพราะการทำงานกับเครื่องจักรมีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายได้เสมอ โรงงานอุตสาหกรรมมักจะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้แผ่นโปร่งแสงเพื่อให้แสงสว่างสามารถเข้ามาในอาคารได้ เป็นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในการส่องสว่าง แต่ถ้าโรงงานนั้นเลือกใช้แผ่นโปร่งแสงกระจายแสงได้ไม่ดีล่ะ จะมีผลกระทบหรือผลเสียอะไรได้บ้างเรามาดูกัน

Go to Top